เสริมดวงปี 2020 รับพลังบวกกับสถานที่ท่องเที่ยว 3 แห่งในจังหวัดนีงาตะ!

ในปี 2020 ทั่วทั้งโลกได้ตกอยู่ในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 การใช้ชีวิตแบบปกติหายไป ผู้คนทั่วโลกต่างก็ต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับการใช้ชีวิตท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงเดินทางไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อรับพลังบวก เสริมดวงชะตา และเพิ่มความกล้าให้สามารถเผชิญหน้ากับอุปสรรคในชีวิต ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ ตั้งแต่ทางเหนือสุดอย่างฮอกไกโด จรดยันตอนใต้ของประเทศอย่างโอกินาว่า ในครั้งนี้จะขอแนะนำสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในจังหวัดนีงาตะให้ทุกคนได้รู้จักกัน

 

บิจินบายาชิ (เมืองโทโคมาจิ)

บิจินบายาชิ ป่าบีชแห่งปาฏิหาริย์

 

ช่วงปลายของยุคไทโช เจ้าของที่ดินในสมัยนั้นได้ตัดต้นบีชทั้งหมด แล้วเอาไปทำเป็นไม้ฟืนและถ่าน จากนั้นก็ย้ายที่อยู่ไปยังภูมิภาคคันโต ภูเขาลูกนั้นจึงไร้เงาของต้นบีชที่สง่างาม กลายเป็นภูเขาโล้นที่น่าสงสาร แต่ในปีต่อมา ต้นอ่อนของต้นบีชที่เคยเติบโต ณ ภูเขาแห่งนี้ก็ได้แตกหน่อขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นก็ค่อยๆ เติบโตขึ้น ผ่านไปสิบปี ก็เกิดปาฏิหาริย์ที่เปลี่ยนภูเขาที่เคยโล้นให้กลายเป็นป่าบีชที่แสนงดงาม ซึ่งต้นบีชในป่าแห่งนี้มีลำต้นที่กว้างและสูงตระหง่าน

การผลักดันให้มีการปลูกต้นสนทำให้ป่าบีชส่วนใหญ่กลายเป็นป่าสนไป แต่เพราะคนญี่ปุ่นอยากจะคงป่าที่สวยงามแห่งนี้เอาไว้ จึงได้มีการตั้งชื่อว่า “บิจินบายาชิ” ในปัจจุบัน ผู้ที่หลงใหลในการถ่ายภาพจากทั่วประเทศก็มักจะมาเยือนยังที่แห่งนี้ ซึ่งในปีหนึ่งก็มีมากถึงหนึ่งแสนคน สถานที่แห่งนี้จึงได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

 

หลังจากเดินเล่นในบิจินบายาชิแล้ว หากได้ไปล้างหน้าที่บ่อน้ำ “กระจกแห่งบิจินบายาชิ” ล่ะก็ คุณอาจจะสวยขึ้นก็ได้นะ ในฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่นี่จะเป็นป่าสีเขียวที่แสนสดชื่น ในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่จะกลายเป็นป่าสีส้มที่พร้อมร่วงผลัดใบ ส่วนในฤดูหนาวก็ราวกับตกอยู่ในโลกแห่งหิมะสีขาว ป่าบีชแห่งนี้จึงเป็นสถานที่อันแสนวิเศษที่ทำให้อยากมาเยี่ยมชมในทุกฤดูกาล

เสริมดวงชะตา (ชำระร่างกายและจิตใจ)

หากได้เดินเล่นในบิจินบายาชิจะได้ยินเสียงของนกที่ร้องเสียงเจื้อยแจ้ว เสียงใบไม้เสียดสีจากสายลมที่พัดผ่าน ได้สัมผัสกับกลิ่นอายของป่า ทำให้ได้รีเฟรชร่างกายและจิตใจ ต้นไม้ที่งดงามเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะทำให้ได้รับพลังบวกแห่งปาฏิหาริย์ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อย่างน่าอัศจรรย์

บิจินบายาชิ
ที่อยู่ : 1712-2 Matsunoyamamatsuguchi, Tokamachi, Niigata 942-1411, Japan
โทรศัพท์ : 025-750-1277 (หน่วยงานแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองโทโคมิจิ หรือ TOCCO)
เว็บไซต์: tokamachishikankou.jp

โอโนงาเมะ (เมืองซาโดะ)

สถานที่สถิตแห่งเทพ

 

“โอโนงาเมะ” ที่ตั้งอยู่ในเมืองซาโดะคือสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งมีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ และยังได้รับรางวัลจาก “Michelin Green Guide Japan” ถึงสองดาว หินขนาดใหญ่นี้มีความสูงราวๆ 167 เมตร และมีรูปร่างเหมือนกับภูเขาที่ยื่นออกไปในทะเล ณ จุดสูงสุดของภูเขาหินนี้มีอนุสรณ์ตั้งอยู่ ซึ่งก็เชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของเทพมังกรผู้คุ้มครองนักเดินเรือให้เดินทางได้อย่างปลอดภัย ในสมัยก่อน โอโนงาเมะถูกเรียกว่า “สถานที่สถิตแห่งเทพ” ด้วยพื้นที่แถวนี้มีชื่อว่า “การอ้อนวอน (願い)” ทั้งยังมี “การเรียงหินสำหรับผู้วายชนม์” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงกันระหว่างภพชาตินี้และภพชาติหน้า จึงทำให้มีบรรยากาศที่ดูลึกลับ โอโนงาเมะที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลังของเสาโทริอิช่างดูขลัง และชวนให้คิดว่านี่คือหินแห่งเทพเจ้าจริงๆ

 

นอกจากนี้ ดอกไม้จีน (Daylily) ที่ขึ้นอยู่บริเวณโดยรอบจะผลิดอกสีเหลืองและบานสะพรั่งในตอนต้นฤดูร้อน ซึ่งก็คือตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนมิถุนายน ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ก็มักจะมีนักท่องเที่ยวมากมายที่เดินทางมาเยือนสถานที่แห่งนี้

เสริมดวงชะตา (ชำระร่างกายและจิตใจ)

โอโนงาเมะถูกเรียกว่าเป็น “สถานที่สถิตแห่งเทพ” ที่เมืองซาโดะแห่งนี้ ดูเหมือนว่าเต่าจะมีความหมายถึง “เทพเจ้า” เสาโทริอิที่อยู่ตรงทางเข้าตั้งเข้าหาโอโนงาเมะ จึงทำให้เข้าใจได้ว่ามีความเชื่อเกี่ยวกับโอโนงาเมะอยู่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการลบหลู่เทพเจ้า เราจึงควรพนมมือแสดงความเคารพต่อสถานที่แห่งนี้ด้วยความนอบน้อม

โอโนงาเมะ
ที่อยู่ : Negai, Sado, Niigata 952-3203, Japan
โทรศัพท์ : 0259-27-5000 (องค์กรเพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวเมืองซาโดะ หน่วยงานแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวเมืองซาโดะ)
เว็บไซต์: visitsado.com

ศาลเจ้าโคริว (เมืองนางาโอกะ)

ผู้สักการะจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศเดินทางมากราบไหว้เทพเจ้าแห่งการค้าขาย

 

 

ผู้คนในเมืองและผู้คนจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศต่างเดินทางมาสักการะ “ศาลเจ้าโคริว” ในฐานะที่เป็นเทพเจ้าแห่งการค้าขายอย่างไม่ขาดสาย ประวัติศาสตร์ของความเชื่อนี้ได้เริ่มขึ้นในสมัยก่อน เมื่อประมาณหกร้อยปีก่อนหน้านี้ โคโนงิ มินบุเอย์โจว ผู้เป็นแม่ทัพแห่งราชสำนักใต้ได้พ่ายแพ้ในการต่อสู้จนต้องเสียเมืองไป แต่เขาก็ได้รับการช่วยชีวิตด้วยการชี้แนะจากศาลเจ้าโคริวแห่งนี้ หลังจากนั้น ไม่ว่าจะผ่านมากี่ร้อยปี ผู้คนในเมืองต่างก็มีความเลื่อมใสในตำนานแห่งศาลเจ้าโคริวเรื่อยมา

 

ศาลเจ้าโคริวมีงูขาวซึ่งเป็นผู้รับใช้ของเทพมังกรที่ถือได้ว่าเป็นร่างจำแลงของจิตวิญญาณแห่งเทพ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก สิ่งของที่เหมาะแก่การนำไปถวาย ได้แก่ เหล้าที่ใช้สำหรับถวายแด่เทพ ไข่สด และเทียน ซึ่งไข่สดนั้นเป็นของชอบของงูนั่นเอง ศาลเจ้าโคริวมีธรรมเนียมที่ให้ผู้มาสักการะสอดนามบัตรทิ้งไว้ตั้งแต่สมัยก่อน จึงทำให้มีนามบัตรมากมายติดอยู่บนกำแพงแต่ละด้าน มังกรนั้นขึ้นสวรรค์ จึงเป็น “การเพิ่มโชคดี” ส่วนงูขาวนั้นจะให้พรในเรื่อง “โชคด้านการเงินและเพิ่มกำไรในการค้าขาย” จึงทำให้มีผู้คนมากมายแวะเวียนมายังที่แห่งนี้

เสริมดวงชะตา (ด้านการเงินและความรุ่งเรืองของกิจการ)

สถานที่ด้านในที่เอาไว้สักการะเทพมังกรกับสถานที่ตรงกลางของศาลเจ้านั้น ว่ากันว่ามีงูขาวอาศัยอยู่จริงๆ เพราะฉะนั้น หากได้เจอเข้าล่ะก็ อาจจะได้รับพรในเรื่องของ “การเงินและการงาน” ก็ได้นะ

ศาลเจ้าโคริว
ที่อยู่ : 1276 Yomogihiramachi, Nagaoka, Niigata 940-1122, Japan
โทรศัพท์ : 0258-23-2020
city.nagaoka.niigata.jp

ในครั้งนี้ เราก็ได้แนะนำสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในจังหวัดนีงาตะกันไปแล้ว มนุษย์ไม่สามารถเข้มแข็งได้ตลอดเวลา ถ้าหากรู้สึกว่าหัวใจเริ่มอ่อนแอ พลังงานในร่างกายเริ่มหดหาย ก็สามารถมายังสถานที่เหล่านี้เพื่อรับพลังบวกและเสริมดวงชะตาให้ร่างกายและจิตใจกลับมามีพลังที่แข็งแกร่ง พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้กับปัญหาต่างๆ ในวันถัดไป

*ข้อมูลที่เผยแพร่ในบทความนี้เป็นข้อมูลปัจจุบันของเดือนสิงหาคม ปี 2020 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ซึ่งข้อมูลที่ใหม่ที่สุดนั้นสามารถตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์หรือติดต่อสอบถามโดยตรงกับทางสถานที่ได้            สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

เมื่อเหนื่อยล้าจงหาคาเฟ่ ! 5 คาเฟ่สไตล์โบทานิคอลในโตเกียว

คาเฟ่ฮอปเปอร์เคยโดนถามว่า “ไปคาเฟ่ทำไม” บ้างมั้ยคะ ? วัตถุประสงค์ในการไปคาเฟ่ของแต่ละคนมีหลากหลาย เช่น ไปทานขนม ไปดื่มกาแฟ ไปเม้าท์มอยกับเพื่อน หรือไปทำงาน การไปคาเฟ่เพื่อเยี่ยวยาจิตใจก็เป็นอีกหนึ่งวัตถุประสงค์เช่นกัน ในบทความนี้จะขอแนะนำ 5 คาเฟ่สไตล์โบทานิคอลสุดร่มรื่นในโตเกียวให้ทุกคนได้ผ่อนคลายกันค่ะ

1. Switch Coffee Tokyo (เมกุโระ)

 

ร้านตั้งอยู่ในเลานจ์ของโรงแรม K5 ซึ่งตกแต่งไปด้วยพืชพรรณกว่า 150 ชนิด ทำให้มีบรรยากาศร่มรื่นน่านั่ง ทางร้านจะเน้นกาแฟคั่วอ่อนเป็นหลัก มีเมล็ดกาแฟให้เลือกทั้งหมดประมาณ 7 ชนิด ราคาอยู่ที่ประมาณ 700 – 900 เยนค่ะ (ประมาณ 200 – 260 บาท) ปกติจะชงสดทุกแก้ว แต่ก็มีกาแฟชงไม่สดสำหรับคนที่ไม่มีเวลาให้ได้เลือก รับรองว่าอร่อยไม่แพ้กันแน่นอน อาจจะต้องทำใจเรื่องที่นั่งนิดนึง เพราะว่ามีไม่มาก ซื้อออกไปเดินทานข้างนอกก็ได้บรรยากาศดีเหมือนกันนะคะ

ที่ตั้ง : 1 Chome-17-23 Meguro, Meguro City, Tokyo 153-0063, Japan
เวลาทำการ : ทุกวัน 10:00 – 18:00

2. Aoyama Flower Market TEA HOUSE (สาขา อาโอยามะ)

 

ถ้าพูดถึงคาเฟ่สไตล์โบทานิคอลในโตเกียวก็ต้องพูดถึงร้านนี้เลยค่ะ! ตั้งอยู่ในร้านดอกไม้ Aoyama Flower Market ทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปกับขนมหวานที่ทำจากดอกไม้ที่ทานได้ อาหารที่ใช้ผักสดๆ และชาสมุนไพรท่ามกลางหมู่มวลพฤกษา สำหรับใครที่เหนื่อยล้าจากการทำงานหรือชีวิตประจำวัน ขอแนะนำชาสมุนไพร “Refresh Blend” ซึ่งผสมผสานจากสมุนไพร 5 ชนิดไม่ว่าจะเป็น โรสแมรี่, ตะไคร้, สะระแหน่, สเปียร์มินต์ และแอปเปิ้ลมินต์ ทำให้ได้กลิ่นหอมสดชื่นคลายความเหนื่อยล้า นอกจากนี้ที่ร้านยังจัดดอกไม้ตามฤดูกาลให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วยค่ะ ปัจจุบันมี 3 สาขา คือ อาโอยามะ (Aoyama),คิจิโจจิ (Kichijoji) และอาคาซากะ (Akasaka) ค่ะ

ที่ตั้ง : 5 Chome-1-2 Minamiaoyama, Minato City, Tokyo 107-0062, Japan
เวลาทำการ : ทุกวัน 11:00 – 19:00

3. Rose Town Tea Garden (ฟุตะมาทาโอะ)

 

ใครที่อยากจิบชาย่ามบ่ายชิวๆ ในโรงแรมสุดหรูต้องที่นี่เลย! จิบชาท่ามกลางธรรมชาติอันแสนสวยงามของโอคุทามะ ต้องทำให้ทุกคนผ่อนคลายได้อย่างแน่นอน เซ็ตนำ้ชาที่แนะนำก็คือ “Rose Garden Set” ซึ่งประกอบด้วยแซนด์วิช 3 ชนิด (แซนด์วิชกะหรี่ไก่, แซนด์วิชผักครีมชีส, แซนด์วิชหน้าเปิดทาด้วยฮัมมัส), ของหวาน 3 ชนิดที่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล และสโคนประจำวัน ส่วนนำ้ชาสามารถเลือกชาที่ชอบจากทั้งหมด 20 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นชาดำแบบดั้งเดิม เช่น เอิร์ลเกรย์หรือดาร์จีลิ่ง หรือชาออริจินัลของร้าน “Rose Garden” ที่มีรสกุหลาบ หรือจะเป็นชาเขียวที่มีรสชาติโดดเด่นจากเชอร์รี่และแอปเปิ้ล ถ้าเลือกไม่ถูก แนะนำให้ดู “เมนูแนะนำประจำเดือน”เป็นตัวเลือกค่ะ สโคนจะเสิร์ฟตอนอุ่น ๆ อย่ามัวแต่ถ่ายรูปเพลินนะคะ เดี๋ยวจะไม่อร่อย รถไฟที่ผ่านสถานีฮินาตะวาดะ (Hinatawada) มีน้อย อย่าลืมตรวจสอบเวลาการเดินทางกันด้วยนะ

ที่ตั้ง : 1 Chome-112 Futamatao, Ome, Tokyo 198-0171, Japan
เวลาทำการ : วันอังคาร – วันเสาร์ 11:00 – 17:00

4. R-za Dokusyokan (โคเอ็นจิ)

 

 

ถ้าต้องการนั่งชิวๆ อ่านหนังสือเงียบๆ ต้องร้านนี้เลยค่ะ ภายในตกแต่งให้ได้ความรู้สึกลึกลับและเงียบสงบเหมือนอยู่ในป่า ทำให้ทุกคนสามารถจดจ่อในสิ่งที่อยากทำได้ ที่นั่งแต่ละที่จะจัดเป็นธีมที่ต่างกัน แค่คิดว่าไปแล้วจะได้นั่งตรงไหนก็สนุกแล้วค่ะ นอกจากนี้ในร้านยังมีหนังสือที่ทรงคุณค่ามากกว่า 1,500 เล่มอีกด้วย อ่านหนังสือไปจิบกาแฟไปท่ามกลายธรรมชาติแบบนี้ ต้องผ่อนคลายอย่างแน่นอน!

ที่ตั้ง : Japan, 〒166-0003 Tokyo, Suginami City, Koenjiminami, 3 Chome−57−6
เวลาทำการ : วันอังคาร – วันศุกร์ : 13:00 – 22:30 วันเสาร์-อาทิตย์ : 12:00 – 22:30

5. Starbucks Coffee Yomiuri Land Hanabiyori

 

แฟนสตาร์บัคส์ห้ามพลาดเลยนะคะ ร้านนี้อยู่ในสวนพฤกษศาสตร์ฮานาบิโยริ ( Hanabiyori Botanical Park) ซึ่งอยู่ในสวนสนุกโยมิอุริแลนด์ (Yomiuri Land) อีกที และเป็นสตาร์บัคส์ร้านแรกในญี่ปุ่นที่ใช้ต้นไม้จริงมาทำเป็นป้ายชื่อร้านอีกด้วย เมนูอาจจะเหมือนกับสาขาอื่น แต่บรรยากาศแตกต่างแน่นอนค่ะ เพราะตอนกลางวันสามารถนั่งจิบกาแฟชมต้นไม้นานาพันธุ์ใต้แสงแดดอุ่นๆ พอตกกลางคืนแสงไฟของอวาเรียมจะสร้างบรรยากาศราวกับอยู่ในโลกความฝัน เป็นสตาร์บัคส์ที่สามารถเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวันค่ะ ถ้าจะเข้าสตาร์บัคส์ต้องเสียค่าเข้าสวนฮานาบิโยริก่อนนะคะ ราคาผู้ใหญ่อยู่ที่ 1,200 เยน (ประมาณ 347 บาท) ราคาเด็ก 3 ขวบ ถึงประถมอยู่ที่ 600 เยน (ประมาณ 174 บาท) เมื่อซื้อแล้วจะได้ส่วนลดค่าเข้าสวนสนุกโยมิอุริแลนด์ 300 เยน (ส่วนลด 200 เยนสำหรับเด็ก 3 ขวบถึงประถม)

ที่ตั้ง : Yomiuri HANA・BIYORI, 4015-1 Yanokuchi, Inagi, Tokyo 206-8725, Japan
เวลาทำการ : วันจันทร์ – วันอาทิตย์ 09:30 – 17:00

ว่ากันว่าการผ่อนคลายจากความเครียดที่ดีที่สุดคือ การอยู่กับธรรมชาติค่ะ พลังของธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่กว่าที่เราคิด ถ้าทุกคนรู้สึกเหนื่อยล้า ไม่ถึงกับต้องเข้าป่า แค่ลองแวะเข้าร้านกาแฟ นั่งจิบเครื่องดื่มอร่อยๆ ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับพืชพรรณธรรมชาติรอบตัวก็น่าจะดีนะคะ  UFABET เว็บตรง

โตเกียวทาวเวอร์เปิดให้กระโดดบันจี้จัมป์ (แบบเสมือนจริง) ลงมาจากหอคอย!

โตเกียวทาวเวอร์ (東京タワー) หรือหอคอยโตเกียว เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของกรุงโตเกียวที่คาดว่าหลายๆ คนอาจจะเคยไปเยี่ยมชมหรือเคยเห็นตามสื่อต่างๆ กันมาบ้าง สถานที่แห่งนี้นอกจากจะใช้เป็นหอคอยกระจายสัญญาณวิทยุโทรทัศน์แล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปีอีกด้วย

 

บริเวณด้านบนของโตเกียวทาวเวอร์ จะมีจุดชมวิวทั้งหมด 2 ระดับ คือชั้น Main Deck ที่ระดับความสูง 150 เมตร และชั้น Top Deck ที่ระดับความสูง 250 เมตร ซึ่งเปิดให้เราขึ้นไปชมวิวเมืองโตเกียวได้แบบพาโนรามาเลยทีเดียว  โตเกียวทาวเวอร์เปิดให้กระโดดบันจี้จัมป์ (แบบเสมือนจริง)

กระโดดบัมจี้จัมป์ลงมาจากโตเกียวทาวเวอร์

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2021 ที่ผ่านมา ทางโตเกียวทาวเวอร์ได้เปิดให้ผู้ไปเยือนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ผ่าน “Tokyo Tower Bungee VR” ซึ่งเราสามารถลองกระโดดบันจี้จัมป์แบบเสมือนจริงผ่านอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีความจริงเสมือน หรือ Virtual Reality (VR)

เครื่องเล่นที่ว่านี้จะติดตั้งอยู่ที่ชั้น Main Deck ของหอคอย ผู้เล่นจะต้องขึ้นไปยืนบนอุปกรณ์ที่วางหันออกนอกหน้าต่างของจุดชมวิว และใส่แว่น VR เพื่อให้สามารถเห็นภาพจำลองเสมือนจริงของวิวภายนอกได้    โตเกียวทาวเวอร์เปิดให้กระโดดบันจี้จัมป์ (แบบเสมือนจริง)

เครื่องเล่น Tokyo Tower Bungee VR บน Main Deck ของโตเกียวทาวเวอร์

เทคโนโลยีที่ช่วยให้เห็นภาพวิวเสมือนจริง

บริษัท CAD Center (株式会社キャドセンター) ผู้พัฒนาอุปกรณ์ VR นี้ ใช้ข้อมูลแผนที่แบบสามมิติ (REAL 3D Map) มาประกอบการออกแบบภาพที่จะแสดงให้เราเห็นผ่านแว่น VR โดยนำปัจจัยต่างๆ เช่น ความเร็วจากการกระโดด มาสร้างภาพวิดีโอที่ทำให้เรารู้สึกว่าได้เห็นวิวแนวดิ่งจากการกระโดด โตเกียวทาวเวอร์เปิดให้กระโดดบันจี้จัมป์ (แบบเสมือนจริง)

นอกจากนี้ยังได้บริษัท Logilicity (株式会社ロジリシティ) มาช่วยพัฒนาอุปกรณ์ที่ผู้เล่นต้องขึ้นไปยืน เพื่อทำให้ภาพที่เห็นสอดคล้องกับความรู้สึกที่เหมือนว่าร่างกายเรากำลังกระโดดจากที่สูงลงไปจริงๆ    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

วิวเมืองโตเกียว ที่มองผ่านแว่น VR

 

 

สนนราคาของการเล่นบันจี้จัมป์นี้อยู่ที่ 1,200 เยนต่อคน (แยกต่างหากจากค่าขึ้นจุดชมวิว) เปิดบริการบริเวณชั้น Main Deck ในช่วงเวลา 10.00 – 18.00 น. จนถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2021 นี้

แม้ว่าจะเปิดบริการในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ถ้าได้รับเสียงตอบรับดี ผู้เขียนก็ลุ้นว่าจะมีเปิดบริการอีกครั้งแบบถาวรไปเลย เพราะคิดว่าผู้อ่านหลายๆ คน (รวมถึงผู้เขียนด้วย) ก็คงอยากไปลองกระโดดบันจี้จัมป์ลงมาจากโตเกียวทาวเวอร์ดูสักครั้งในชีวิตใช่ไหมคะ

รู้จัก “โคโคะเอ็น” (好古園) สวนสวยข้างปราสาทฮิเมจิ ที่เขาว่าเป็นโลเกชั่นถ่ายทำ Rurouni Kenshin มาแล้วสามภาค!!!

หลังจากที่ผู้เขียนได้รีวิว Rurouni Kenshin: The Final ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้เอง ซึ่งพอดูภาคนี้จบ ก็กลับไปดูย้อนหลังอีกรวดเดียวสามภาคเลยตั้งแต่ภาคหนึ่งถึงสาม ซึ่งที่ญี่ปุ่นเห็นว่ามี “ภาคห้า” คือ Rurouni Kenshin: The Beginning ออกฉายแล้วในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้เอง (แล้วเนื้อเรื่องจะเป็นไงหว่า เพราะสำหรับผู้เขียน เนื้อเรื่องที่อิงจากต้นฉบับมันจบในภาคสี่แล้วนิ) แต่ประเด็นวันนี้ขอมาพูดถึงเรื่องของโลเกชั่นถ่ายทำหนังกันครับ

ท่านผู้อ่านหลายท่านอาจเคยได้ยินชื่อปราสาทฮิเมจิที่จังหวัดเฮียวโกะ ซึ่งเก่าแก่สมเป็นมรดกโลก หากใครเคยไปเที่ยวที่นั่น ข้างๆ บริเวณปราสาท มีสวนญี่ปุ่นที่ชื่อ “โคโคะเอ็น” (好古園) นะครับ และที่นี่แหละที่เขากำลังโปรโมทว่าเป็น โลเกชั่นถ่ายทำหนัง Rurouni Kenshin มาแล้วถึงสามภาค!!! (ภาคหนึ่งกับภาคห้าในฉากเคนชินฆ่าคิโยซาโตะ ภาคสองในฉากโอคุโบะถูกลอบสังหาร)

ซึ่งในการนี้ ข่าวบอกว่ากลุ่ม Himeji Film Commission (FC) ตอนนี้กำลังออกโปรโมทสถานที่ดังกล่าวโดย “แจกแผนที่โลเกชั่นฟรี” 10,000 ฉบับ (แนะนำขั้นตอนโปรดักชั่นและการถ่ายทำในแต่ละภาค) แถมมีเซ็ตฉากถ่ายทำโชว์ในสวนด้วย แบบว่า ใครดูหนังแล้ว เขาก็อยากให้มาชมโลเกชั่นสถานที่ถ่ายทำจริงเพื่อความฟิน ซึ่งในหนังภาคห้าที่ออกฉายปีนี้นั้น เคยมาถ่ายทำที่สวนนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 นี่เอง (สองปีก่อน) ฉากที่เซ็ตไว้ถ่ายทำก็มีอย่าง ฉากกำแพงดิน (築地塀 ทสึยจิเบย์) ทาสีขาวที่มีเลือดสาดกระเซ็น (ทำจากไม้อัดและสไตโรโฟมทำเลียนก้อนหิน) นั่นเอง (ไปปรากฏในฉากไหนเฉลยแล้วที่ย่อหน้าข้างบน รู้แล้วตามไปดูย้อนหลังใน Netflix กันได้นะครับ)

แผนที่โลเกชั่นถ่ายทำนี้ มีแจกที่ข้างในสวนและที่ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวของเมืองภายในสถานี JR ฮิเมจิ

เล่ามาเยอะแล้ว ขอแนะนำความเป็นมาของสวนแห่งนี้หน่อยนะครับ

เกี่ยวกับสวนโคโคะเอ็น

สวนโคโคะเอ็น (好古園) สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ครบรอบ 100 ปีของเทศบาลเมืองฮิเมจิ เป็นสวนญี่ปุ่นเนื้อที่ประมาณ 10,000 สึโบะ (ราว 20 ไร่) ซึ่งเปิดทำการมาตั้งแต่ 29 เมษายน พ.ศ. 2535 (ปีเฮย์เซย์ที่ 4) พื้นที่ของสวนแห่งนี้เดิมเป็นพื้นที่ตั้งของบ้านซามูไร จากการสำรวจเพื่อบูรณะ พบร่องรอยของพวกทางเดินอะไรต่างๆ ด้วย ซึ่งไปตรงกับ “แผนผังบ้านซามูไรฮิเมจิ” ยุคตระกูลซาไก (酒井家) ด้วย

สวนแห่งนี้ประกอบด้วยสวนน้อยใหญ่ 9 แห่ง มีทั้งสวนหย่อม สวนป่าและลานกว้าง นอกจากนี้ ในสวนยังมีกำแพงดิน(築地塀 ทสึยจิเบย์) ประตูคฤหาสน์ (屋敷門 ยะชิกิมอน) ประตูยาว (長屋門 นางะยะมอน) และห้องชงชา “โซจุอัน” (双樹庵 กระท่อมไม้คู่)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 姫路城西御屋敷跡庭園 好古園 (@kokoen_official)  สล็อตเว็บตรง

ชื่อ “โคโคะเอ็น” 好古園 นั้น ตั้งขึ้นโดยเลียนตามชื่อ “โคโคะโด” 好古堂 ซึ่งเป็นชื่อของโรงเรียนสำหรับลูกหลานซามูไรประจำโคตรตระกูล (藩校 ฮันโด) ในยุคเอโดะ ตระกูลซาไกซึ่งเป็นผู้ปกครองคนสุดท้ายของแคว้นฮิเมจิในสมัยเอโดะ ได้เปิดโรงเรียน “โคโคะโด” ในปี พ.ศ. 2235 ที่แคว้นโคะซุเกะ เมืองมะบายาชิ (上野国厩橋 ปัจจุบันคือเมืองมะเอะบาชิ จังหวัดกุนมะ) พอซาไก ทาดะยาสุ (酒井忠恭) ถูกย้ายไปนั่งเมืองที่แคว้นฮิเมจิ ก็ย้ายโรงเรียนประจำโคตรตระกูลมาอยู่ในเขตปราสาทฮิเมจิ พอต่อมาก็ย้ายโรงเรียนมาอยู่ที่บริเวณใกล้ทางเข้าของสวนโคโคะเอ็นในปัจจุบันและมีการต่อเติมสร้างสิ่งปลูกสร้างจำพวกโรงฝึกวิชาบู๊ จนยกระดับการศึกษาแก่ลูกหลานซามูไรทั้งเชิงบู๊และบุ๋น

 

ประวัติความเป็นมาของสวนโคโคะเอ็นก็มีประมาณนี้แหละครับ หากพ้นยุคโควิดเมื่อไหร่ ใครมีโอกาสไปเที่ยวชมปราสาทฮิเมจิก็อย่าลืมแวะชมสวนโคโคะเอ็นด้วยนะครับ วันนี้ขอลาแต่เพียงเท่านี้ก่อน สวัสดีครับ  สล็อตเว็บตรง

ชี้เป้าของดีโทยามะ ตอนที่ 2: วิวภูเขาและ Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการเดินทางด้วยรถไฟในญี่ปุ่น JR Times by JR East ก็เป็นเว็บหนึ่งที่เหมาะกับการทำการบ้านเพื่อเตรียมทริปลุยญี่ปุ่นค่ะ โดย JR Times by JR East เป็นเว็บไซต์ที่รวมทุกบทความเกี่ยวกับรถไฟที่นักท่องเที่ยวต้องรู้ ซึ่งรวมถึงบทความรีวิวสถานที่ท่องเที่ยวเด็ดๆ ห้ามพลาดที่สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟ JR East อีกมากมาย!

ในบทความนี้ เราจะพาเพื่อนๆ ไปดูเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ของจังหวัดโทยามะผ่านบทความโดยคุณ Carissa Loh นักเขียนชาวสิงคโปร์ผู้หลงรักญี่ปุ่นและมีประสบการณ์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วทั่วประเทศ! ในบทความตอนที่ 2 นี้ คุณ Carissa จะพาเราไปเที่ยวชมตามภูเขาและเมืองของโทยามะว่าที่นี่มีอะไรที่น่าค้นหาบ้าง!

ขุมทรัพย์แห่งโทยามะ: ภูเขาตระการตาและมรดกแห่งผืนดิน

toyama pt2_1

ด้วยความที่จังหวัดโทยามะ (富山県 Toyama-ken) ตั้งอยู่ในภูมิภาคโฮคุริคุและมีแนวเทือกเขาทาเตยามะและเทือกเขาฮิดะที่สูง 3,000 เมตรนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อจังหวัดที่แปลได้ตรงตัวว่า “เต็มไปด้วยภูเขา” และจังหวัดนี้เป็นแหล่งขุมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลรสเลิศ ธรรมชาติชวนหลงใหล และวัฒนธรรมประเพณีที่ไม่เหมือนใคร

คุณรู้ไหม? ว่าจังหวัดโทยามะมีหุบเขาที่ลึกที่สุดของญี่ปุ่นอยู่ มีร้าน Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก และเป็นจังหวัดผู้ผลิตดอกทิวลิปอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นด้วย ในบทความก่อนหน้านี้ ฉันได้แนะนำอ่าวโทยามะที่สวยงามและอาหารทะเลสดชั้นเลิศของที่นั่นไปแล้ว และในบทความนี้ที่เป็นตอนที่สองของซีรี่ย์สองบทความพิเศษเกี่ยวกับโทยามะ เราถอยจากชายฝั่งแล้วมาดูขุมทรัพย์และของอร่อยที่รอเราไปค้นพบอยู่ในภูเขาและเมืองของจังหวัดนี้กัน

หุบเขาคุโรเบะ แหล่งวิวสุดอลังและสวรรค์คนรักออนเซ็น

toyama pt2_2 kurobe gorge
หนึ่งในสะพานแดงที่โด่งดังของทางรถไฟ Kurobe Gorge (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

โทยามะเป็นแหล่งภูเขาสูงใหญ่อลังการที่จุดประกายความเป็นนักสำรวจในตัวพวกเรา คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อ เส้นทางแอลป์ ทาเตยามะ-คุโรเบะ (立山黒部アルペンルート. Tateyama Kurobe Alpine Route) ซึ่งเป็นเส้นทางที่ผ่านแนวเทือกเขาทาเตยามะ แต่ที่โทยามะนี้ยังมีหุบเขาคุโรเบะ (黒部峡谷 Kurobe kyōkoku) หุบเขาวิวสวยที่เป็นจุดแบ่งเขตแดนระหว่างเทือกเขาทาเตยามะและเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือ

หุบเขาคุโรเบะมีชื่อเสียงเรื่องลักษณะของมันที่เป็นตัว V ลึก และเป็นหุบเขาที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่นโดยมีหน้าผาที่ชันจนแทบจะตั้งฉาก หุบเขาแห่งนี้ถูกกัดเซาะโดยธารน้ำของแม่น้ำคุโรเบะมาเป็นเวลานับพันปี โดยแม่น้ำคุโรเบะนี้ไหลต่อไปจนถึงเขื่อนคุโรเบะที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางแอลป์ ทาเตยามะ-คุโรเบะ และนักเดินเขาสายลุยที่ช่ำชองสามารถเดินจากเคยากิไดระในหุบเขาคุโรเบะไปจนถึงเขื่อนคุโรเบะได้เลย (ไว้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันทีหลัง!)

ทางรถไฟ Kurobe Gorge

toyama pt2_3 kurobe gorge railway
นั่งรถไฟบนทางรถไฟ Kurobe Gorge (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

เพื่อชมหุบเขาสวยงามแห่งนี้ คุณสามารถขึ้นรถไฟ Kurobe Gorge (黒部峡谷鉄道トロッコ電車 Kurobe Kyōkoku Tetsudō Torokko Densha) ที่จะพาคุณเดินทางชมธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ รถไฟ Kurobe Gorge ที่วิ่งให้บริการระหว่างสถานี Unazuki (宇奈月駅) และสถานี Keyakidaira (欅平駅) นี้ถูกสร้างเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1923 เพื่อใช้ขนส่งวัสดุก่อสร้างสำหรับการสร้างเขื่อนคุโรเบะ หลังจากที่เขื่อนสร้างเสร็จ ทางรถไฟนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นทางรถไฟชมวิวโดยเปิดให้บริการสาธารณชนในปีค.ศ. 1971 และปีนี้นับเป็นปีที่ครบรอบ 50 ปี!

พิกัดออนเซ็นลับ คุโรนางิออนเซ็น

toyama pt2_4 kuronagi onsen
คุโรนางิออนเซ็นมีเรียวคังให้บริการแห่งเดียวเท่านั้น (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

ทางรถไฟ Kurobe Gorge ออกเดินทางจากอุนาสุกิออนเซ็น (Unazuki Onsen) ซึ่งเป็นรีสอร์ทออนเซ็นที่ใหญ่ที่สุดในโทยามะ แต่รู้ไหม? ว่าที่จริงแล้วแหล่งน้ำออนเซ็นของอุนาสุกิออนเซ็นนั้นจริงๆ แล้วมาจากคุโรนางิออนเซ็น (黒薙温泉, Kuronagi Onsen) ออนเซ็นลับ (秘境温泉 hikkyо̄ onsen) ที่อยู่ลึกเข้าไปและตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟ Kurobe Gorge

คุโรนางิออนเซ็นมีชื่อเสียงเรื่องบ่อออนเซ็นกลางแจ้งแบบรวมขนาดใหญ่ และเป็นบ่อที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่อุนาสุกิออนเซ็น/หุบเขาคุโรเบะ ก้อนหินทั้งหลายที่ประกอบขึ้นเป็นบ่อนี้ล้วนเป็นหินธรรมชาติ และคุณสามารถนั่งอาบความยิ่งใหญ่และความงามของธรรมชาติแห่งหุบเขาคุโรเบะได้ที่นี่

เดินเขารอบเคยากิไดระ

toyama pt2_okudane bridge
สะพานโอคุคาเนะ (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

สถานี Keyakidaira ที่เป็นสถานีปลายทางของทางรถไฟ Kurobe Gorge ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลราว 600 เมตร นอกจากจุดชมวิวแบบพาโนรามาแล้ว บริเวณใกล้สถานีก็มีทางเดินสั้นๆ ให้คุณเดินรอบๆ เพื่อชมวิวได้

วิวหนึ่งที่คุณพลาดไม่ได้คือวิวสะพานโอคุคาเนะ (奥鐘橋 Okukane-bashi) สะพานเดินเท้าสีแดงฉานสูง 34 เมตรที่พาดข้ามแม่น้ำคุโรเบะ ข้างใต้สะพานจะมีบ่อแช่เท้า (足湯 ashiyu) ในศาลาที่คุณสามารถนั่งพักผ่อนแช่เท้าแล้วเพลิดเพลินไปกับวิวสะพานและแม่น้ำได้

ชมดอกไม้ที่สวยงาม ทิวลิปแห่งโทนามิ

toyama pt2_5 tulip festival
เทศกาล Tonami Tulip Festival จัดระหว่างปลายเมษายนไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคม (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

นอกจากภูเขาแล้ว โทยามะยังมีชื่อเสียงเรื่องทิวลิปอีกด้วย ดอกทิวลิปที่สวยงามนี้เป็นดอกไม้ประจำจังหวัดโทยามะ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลย เพราะโทยามะเป็นจังหวัดผู้ผลิตทิวลิปอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมืองโทนามิ (砺波市 Tonami-shi) ที่เป็นแหล่งผลิตทิวลิปอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น อีกทั้งยังเป็นที่จัดงาน Tonami Tulip Fair ประจำปีตั้งแต่ช่วงปลายเมษายนไปจนถึงต้นพฤษภาคม

เมืองศูนย์กลางที่นำสมัย

toyama pt2_toyama city

วิวแนวเทือกเขาทาเตยามะที่เห็นได้จากเมืองโทยามะ (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構 x イナガキヤスト)จังหวัดโทยามะอาจจะเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยอาหารทะเล ภูเขา และธรรมชาติ แต่เมืองโทยามะ (富山市) ที่เป็นเมืองหลวงของจังหวัดเป็นเมืองที่ควรไปเที่ยวเพื่อสัมผัสสถาปัตยกรรมที่นำสมัยเช่นกัน

เพียงเดิน 10 นาทีจากสถานี Toyama คุณจะเจอกับสวน Fugan Canal Kansui Park (富岩運河環水公園 Fugan Unga Kansui Kо̄en) ที่คุณสามารถผ่อนคลายไปกับภูมิทัศน์ที่สวยงามได้ และในวันที่อากาศแจ่มใส คุณสามารถเห็นแนวเทือกเขาทาเตยามะได้ด้วย ณ สวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยธรรมชาตินี้ คุณสามารถชมวิวต้นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ แมกไม้เขียวขจีในฤดูร้อน ใบไม้เปลี่ยนสีเฉดอบอุ่นในฤดูใบไม้ร่วง และวิวหิมะขาวโพลนในฤดูหนาว!

ร้าน Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก

toyama pt2_6 starbucks
วิวจากด้านในร้าน Starbucks ที่สวยที่สุด (เครดิตรูปภาพ: Kanesue / CC BY 2.0)

ถ้าคุณเป็นแฟนคลับร้าน Starbucks หรือชอบการนั่งร้านคาเฟ่ล่ะก็ จุดต่อไปนี้คือไฮไลท์สำหรับคุณเลย ในพื้นที่สวนคือ “ร้าน Starbucks ที่สวยที่สุดในโลก” (世界一美しいスタバ Sekai-ichi Utsukushii Sutaba) โดยร้าน Starbucks สาขา Toyama Kansui Park ที่เปิดเมื่อปี 2008 นี้ถือเป็นร้าน Starbucks แห่งแรกในญี่ปุ่นที่เปิดให้บริการภายในสวน

นอกจากทำเลที่ตั้งอยู่ริมตลิ่งของคลองฟุกัน (Fugan Canal) แล้ว ตัวร้านมีดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย โดยมีหน้าต่างบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานซึ่งเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามของสวน Kansui Park

Toyama Glass Art Museum

toyama pt2_7 toyama glass museum
อาคาร Toyama Kirari เป็นที่ตั้งของ Toyama Glass Art Museum และหอสมุดสาธารณะของเมือง (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

อีกสถานที่ดูดีมีสไตล์ที่คุณต้องไปในเมืองโทยามะก็คืออาคาร Toyama Kirari (TOYAMA キラリ) ที่สวยเด่นและเป็นที่ตั้งของ Toyama Glass Art Museum (富山市ガラス美術館 Toyama-shi Garasu Bijutsukan) นอกจากสถาปัตยกรรมภายนอกที่ดูล้ำสมัยแล้ว การตกแต่งภายในของอาคารนี้ยังมีห้องโถงใหญ่ตรงกลางที่ทำมุมเฉียงไม่เหมือนใครซึ่งห้องโถงนี้เปิดให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่ และยังมีการตกแต่งด้วยกระดานไม้ซีดาร์ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอีกด้วย

 

Toyama Glass Art Museum มีทั้งนิทรรศการแบบชั่วคราวและแบบถาวรซึ่งเน้นศิลปะการเป่าแก้วแบบร่วมสมัย ที่ห้ามพลาดคือ “Glass Art Garden: Chihuly Experience” บนชั้น 6 ที่จัดแสดงผลงานศิลปินนักเป่าแก้วระดับตำนาน Dale Chihuly และถ้าคุณรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นๆ นั่นก็เพราะว่าผลงานปฏิมากรรมแก้วบางงานของเขากำลังถูกจัดแสดงอยู่ที่ Gardens by the Bay ในประเทศสิงคโปร์นั่นเอง!

วัฒนธรรมและประเพณีที่ไม่เหมือนใคร

ด้วยภูเขามากมายที่สร้างสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนใครและแยกคนในพื้นที่ออกจากส่วนอื่นของประเทศ ชุมชนหลายแห่งตามภูเขาของโทยามะจึงมีวัฒนธรรมและประเพณีที่ไม่เหมือนใคร เราลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง

กระท่อมเทพนิยายที่โกคายามะ

toyama pt2_8 gokayama
บ้านกัชโชสุกุริของโกคายามะที่ดูเหมือนกระท่อมในเทพนิยาย (เครดิตรูปภาพ: JR East / Carissa Loh)

คุณอาจจะเคยได้ยินชื่อชิราคาวะโกในจังหวัดกิฟุ แต่คุณรู้ไหม? ว่าบ้านกัชโชสุกุริ (合掌造り gasshо̄zukuri) ที่เป็นพื้นที่มรดกโลกโดย UNESCO นั้น ที่จริงแล้วประกอบด้วยสถานที่สองแห่ง ได้แก่ ชิราคาวะโกในกิฟุ และโกคายามะ (五箇山) ในโทยามะนั่นเอง

นักท่องเที่ยวส่วนมากจากพากันไปที่ชิราคาวะโก แต่พอได้ไปมาแล้วทั้งสองที่ ฉันแนะนำโกคายามะเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าหมู่บ้านที่นี่จะมีขนาดเล็กกว่าและอยู่ห่างไกลกว่าด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินเขา แต่หมู่บ้านที่โกคายามะแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่สวยงามราวกับเป็นกระท่อมในเทพนิยายก็ไม่ปาน!

เทศกาลพื้นบ้านสุดลึกลับ: โอวาระคาเสะ โนะ บง

toyama pt2_9 owara kaze no bon
หมวกฟางขอบต่ำที่ปิดใบหน้าของผู้แสดงถือเป็นจุดเด่นของโอวาระ คาเสะ โนะ บง (เครดิตรูปภาพ: とやま観光推進機構)

ที่ยัตสึโอะ (八尾, Yatsuo) เมืองประวัติศาสตร์เล็กๆ แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองโทยามะนั้น จะมีเทศกาลชื่อโอวาระคาเสะ โนะ บง (おわら風の盆) เทศกาลสุดคึกคักที่จัดขึ้นในช่วง 3 วันแรกของเดือนกันยายน
ว่ากันว่าเทศกาลนี้เริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 300 ปีก่อน โดยเดิมทีถูกจัดขึ้นเพื่อภาวนาต่อบรรดาเทพแห่งลมเพื่อขอให้มีผลผลิตที่ดี และเพื่อคุ้มครองไร่ของพวกเขาให้ปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ นักเต้นในงานเทศกาลจะสวมหมวกเทศกาลที่ปิดบังใบหน้าของพวกเขาเพื่อหลบซ่อนจากความพิโรธของบรรดาเทพเจ้า
ระหว่างช่วงเทศกาล ถนนเส้นต่างๆ ของเมืองยัตสึโอะจะถูกประดับด้วยโคมกระดาษ และไฮไลท์ของงานเทศกาลคือการเต้นระบำพื้นบ้านที่สวยสง่าและมีให้เห็นตลอดทั้งคืน! ตั้งแต่ช่วงบ่ายไปจนถึงกลางคืนช่วงดึก นักเต้นนับสิบจะแต่งตัวด้วยชุดหลากสีสันและหมวกขอบต่ำที่ปกปิดใบหน้าของพวกเขา โดยนักเต้นจะรวมตัวกันเป็นขบวนแล้วเต้นไปตามท้องถนนของเมืองยัตสึโอะ  สล็อตเว็บตรง

เริ่มอยากไปเที่ยวโทยามะกันแล้วใช่ไหม?

ถ้าถึงจุดนี้เพื่อนๆ อยากลองไปเที่ยวจังหวัดโทยามะกันแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าแต่ละที่ต้องเดินทางไปอย่างไร เที่ยวยังไงถึงจะประหยัดค่าเดินทางได้ และยังมีอะไรที่น่าสนุกเพิ่มเติมอีกไหม มาคลิ๊กอ่านบทความ “ขุมทรัพย์แห่งโทยามะ ตอนที่ 2: ภูเขาตระการตาและมรดกแห่งผืนดิน” จากเว็บ JR TIMES by JR-EAST บทความโดยคุณ Carissa Loh หรือคลิ๊กที่ภาพด้านล่างแล้วไปสนุกกันต่อได้เลย

toyama pt2 banner

ทำความรู้จักกับฮานะโชบุ! ดอกไม้สวยทรงเสน่ห์และ 3 สถานที่ชมดอกไม้อย่างจุใจในโตเกียว

ในช่วงที่อากาศอบอุ่นก่อนฤดูฝน ดอกไม้ชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นต่างหลงรักคือ ดอกไอริส ในญี่ปุ่นมีดอกไอริสพันธุ์เด่นๆ อยู่ 3 ชนิด คืออายาเมะ (菖蒲, アヤメ) ฮานะโชบุ (花菖蒲, ハナショウブ) และคะคิซึบะตะ (杜若, カキツバタ) แต่พันธุ์ที่คนญี่ปุ่นนิยมปลูกไว้เป็นทุ่งเพื่อชมความสวยงามคือพันธุ์ฮานะโชบุ มารู้จักดอกไอริสพันธุ์นี้ และสถานที่ชมดอกไม้ชนิดนี้ให้จุใจในโตเกียวกันค่ะ

รู้จักดอกฮานะโชบุ

ฮานะโชบุหรือชื่อภาษาอังกฤษ Iris ensata var. ensata เป็นพันธุ์ดอกไอริสที่เจริญได้ดีบนดินกึ่งเปียกกึ่งแห้งมีน้ำขังเล็กน้อย ดอกของไอริสพันธุ์นี้จะบานตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมจนถึงปลายเดือนมิถุนายน แต่อาจจะบานช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละปี ในญี่ปุ่นมีฮานะโชบุประมาณ 5,000 ชนิดซึ่งปลูกไว้ให้คนญี่ปุ่นได้ชมตามสวนสาธารณะหลายที่ ดอกฮานะโชบุมีหลากหลายสี ได้แก่ สีขาว ม่วงอ่อน ม่วงชมพู ม่วงเข้ม ชมพู เหลือง และแบบค่อยๆ ไล่จากสีขาวเป็นม่วงหรือชมพู เป็นต้น ดอกฮานะโชบุมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากดอกไอริสพันธุ์อื่น คือ ที่ฐานกลีบดอกจะมีริ้วสีเหลืองตัดกับสีของดอก และดอกมีขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 เซนติเมตร

ไอริส

ไอริส

ไอริส

3 สถานที่ชมดอกไอริสอย่างจุใจในโตเกียว

1. เมจิจิงกุเกียวเอ็น (Meiji Jingu Gyoen, 明治神宮御苑)

สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นที่รู้จักดีของนักท่องเที่ยวเพราะตั้งอยู่ใจกลางเมืองในเขตชิบุยะ (Shibuya) นอกจากการไปไหว้พระที่ศาลเจ้าเมจิและสูดอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้เขียวขจีแล้ว ยังสามารถไปชมดอกฮานะโชบุจำนวน 1500 ต้น 150 ชนิดที่พร้อมใจกันบานสวยงามได้อีกด้วย โดยช่วงเวลาที่สามารถชมความสวยงามของดอกไม้ชนิดนี้ คือ ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน มีค่าเข้าชมเพียง 500 เยน ส่วนวันเวลาการเข้าชม หากเป็นเดือนพฤษภาคมจะเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 5.00-16.10 น. และเดือนมิถุนายนตั้งแต่เวลา 5.00-16.30 น.

2. สวนสาธารณะโคอิวะโชบุการ์เด้น (Koiwa Shobu Garden , 小岩菖蒲園)

ไอริส

สวนสาธารณะแห่งนี้อยู่ที่เมือง Kitakoiwa 4-chome, Edogawa-ku, Tokyo ซึ่งเป็นสวนสาธารณะริมแม่น้ำที่ปลูกต้นฮานะโชบุไว้ประมาณ 50,000 ต้น สามารถไปชมดอกไม้ได้ฟรีทุกวันตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม

3. โชบุนุมะพาร์ค (Shobunuma Park, しょうぶ沼公園)

ไอริส

 

สวนสาธารณะแห่งนี้อยู่ที่เมือง Yanaka 2-chome, Adachi-ku, Tokyo ซึ่งปลูกต้นฮานะโชบุประมาณ 8,000 ต้น จาก 140 ชนิด โดยจะมีงานเทศกาลในช่วงที่ดอกฮานะโชบุบาน และมีการประดับไฟในตอนกลางคืนด้วย สามารถไปชมดอกไม้ชนิดนี้ได้ฟรีตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนไปจนถึงกลางเดือนมิถุนายนของทุกปี    สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

ช่วงก่อนฤดูฝนในญี่ปุ่นเป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นสบาย เมฆเป็นปุยขาวท้องฟ้าสีคราม ตัดกับดอกไม้สีสันสวยงาม สร้างความสุขและความผ่อนคลายง่ายๆ หากมาญี่ปุ่นในช่วงนี้ก็อย่าพลาดชมทุ่งดอกไอริสหรือฮานะโชบุกันนะคะ

จบการประมูลทูน่ายักษ์ประเดิมปี 2020

จบการประมูลทูน่ายักษ์ประเดิมปี 2020

จบการประมูลทูน่ายักษ์ประเดิมปี 2020

เข้าสู่ปี 2020 อย่างเต็มตัว หลาย ๆ บริษัทหรือห้างร้านต่าง ๆ ก็เริ่มกลับมาทำงานกันตามปกติแล้ว ที่ตลาดปลาโทโยสุของโตเกียวก็เช่นกัน เพราะเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นวันแรกของปี 2020 ที่ทางตลาดเริ่มกลับมาทำการประมูลปลากันอีกครั้งเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในวันแรกของการเริ่มเปิดประมูล และยังถือเป็นครั้งแรกของการประมูลปลาในยุคเรวะที่ตลาดปลาโทโยสุอีกต่างหาก ทำให้การประมูลในครั้งนี้มีความสำคัญจนปลาทูน่ายักษ์ไฮไลต์ของการประมูลในครั้งนี้ถูกประมูลไปด้วยราคาสูงถึง 193,200,000 เยน หรือราว 54 ล้านบาทเลยทีเดียว!!!

ช่วงตี 5 ของเช้าวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นการเริ่มเปิดประมูลปลาเป็นครั้งแรกที่ตลาดปลาโทโยสุในปีนี้ โดยปลาทูน่าขนาดยักษ์น้ำหนัก 276 กิโลกรัมจากเมืองโอมะ จังหวัดอาโอโมริ ถูกประมูลไปด้วยราคาที่สูงถึง 193,200,000 เยน หรือราว 54 ล้านบาท ถือเป็นราคาประมูลที่สูงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของการประมูลปลาที่ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว

สำหรับผู้ใจป้ำที่ประมูลปลาทูน่ายักษ์ดังกล่าวไปได้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นผู้ชนะการประมูลเจ้าประจำอย่างประธานบริษัทคิโยมุระ หรือที่พวกเรารู้จักกันในชื่อร้านซูชิซันไม (Sushi Zanmai) นั่นเอง โดยท่านประธานคิมูระกล่าวว่า ปลาที่ประมูลได้นั้นถือเป็นปลาตัวที่ดีที่สุด และตรงตามความตั้งใจที่อยากจะให้ลูกค้าของร้านได้ทานปลาทูน่าอร่อย ๆ กันอย่างเต็มที่ ซึ่งหลังจากการประมูลเสร็จสิ้นลง ปลาทูน่ายักษ์ดังกล่าวก็ถูกนำไปที่ร้านซูชิซันไม สาขาซึกิจิ และถูกแล่โชว์ที่ร้านดังกล่าวให้ได้ชมกันด้วย

สล็อตเว็บตรง

ชาวเน็ตญี่ปุ่นหวั่นโตเกียวโอลิมปิกยกเลิกเพราะไวรัส

ชาวเน็ตญี่ปุ่นหวั่นโตเกียวโอลิมปิกยกเลิกเพราะไวรัส

ชาวเน็ตญี่ปุ่นหวั่นโตเกียวโอลิมปิกยกเลิกเพราะไวรัส

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสทำให้คนญี่ปุ่นตื่นตัวและกังวลว่า โตเกียวโอลิมปิก 2020 ที่กำลังจะจัดช่วงกลางปีนี้จะได้รับผลกระทบหรือไม่… เหตุการณ์นี้เองทำให้คนญี่ปุ่นหลายคนนึกถึงการ์ตูนเก่าจากยุค 80 เรื่อง อากิระ (AKIRA) ที่เคยทำนายการจัดโตเกียวโอลิมปิก 2020 ได้อย่างถูกต้องแม่นยำราวกับเห็นอนาคตได้!

AKIRA (อากิระ คนไม่ใช่คน)

AKIRA (ชื่อภาษาไทย: อากิระ คนไม่ใช่คน) เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันที่ฉายในปี ค.ศ. 1988 สร้างจากมังงะของคัตสึฮิโร โอโตโมะ เนื้อเรื่องเล่าถึงโลกอนาคตในปี 2019 ที่ญี่ปุ่นกำลังเตรียมจัดงานโตเกียวโอลิมปิก 2020 ซึ่งจุดนี้เองที่กลายเป็นประเด็นฮือฮาขึ้นมา เพราะตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าญี่ปุ่นจะได้เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกจนกระทั่งมีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในปี 2013

แต่ประเด็นเรื่องคำทำนายของอากิระยังไม่จบ เพราะการระบาดของโคโรนาไวรัสทำให้ชาวญี่ปุ่นนึกถึงฉากหนึ่งในภาพยนตร์ที่เป็นป้ายนับถอยหลังโตเกียวโอลิมปิก โดยบนป้ายนั้นปรากฏข้อความคำว่า 「紛砕」(ป่นปี้) และ「中止だ中止」(ล้มเลิก) ที่ใครบางคนมือบอนไปพ่นสีไว้ ชี้ให้เห็นว่าประชาชนของนีโอโตเกียว (ชื่อกรุงโตเกียวตามที่ปรากฏในภาพยนตร์) ไม่ได้เห็นดีหรือสนับสนุนการจัดโตเกียวโอลิมปิกเลยแม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้คนญี่ปุ่นส่วนหนึ่งคิดว่า “หรือโตเกียวโอลิมปิกจะต้องถูกยกเลิกเหมือนอากิระ?” เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2019 ก็มีก็เคยมีข่าวเรื่องที่นายสึเนกาซุ ทาเกดะ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศญี่ปุ่น (JOC) ในขณะนั้น เจอข้อกล่าวหาเรื่องติดสินบนเพื่อให้ญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก 2020 ซึ่งก็เป็นข่าวฉาวที่ทำให้ความเป็นไปได้ในการ “ยกเลิก” โตเกียวโอลิมปิกก่อตัวขึ้นมา

ป้ายนับถอยหลังโตเกียวโอลิมปิกที่ปรากฏในภาพยนตร์

ตอนนี้แม้ว่าข่าวไม่ดีเกี่ยวกับโตเกียวโอลิมปิกจะซาไปมากแล้วแต่ก็มีเรื่องโคโรนาไวรัสเข้ามาแทน ชาวเน็ตญี่ปุ่นหลายคนต่างกังวลว่างานจะถูกยกเลิก ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจะทำให้เหตุการณ์นี้ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอากิระจริง ๆ ชาวเน็ตญี่ปุ่นหลายคนพูดคุยเรื่องนี้กันจริงจังมาก จนคำว่า “東京オリンピック中止” (ยกเลิกโตเกียวโอลิมปิก) ติดท็อปเทรนด์ในทวิตเตอร์ นอกจากนี้ยอดการค้นหาคำว่า “AKIRA” + “โอลิมปิก” ในเว็บ Yahoo! ญี่ปุ่นยังเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพียงวันละประมาณ 20 ครั้ง กลายเป็นวันละประมาณ 1,300 ครั้ง เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาอีกด้วย

 

ไม่รู้ว่าการระบาดของโคโรนาไวรัสจะดีขึ้นเมื่อไหร่ ยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันมีผู้ป่วยในประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนญี่ปุ่นจะวิตกกังวลถึงผลที่อาจเกิดขึ้นกับโตเกียวโอลิมปิก 2020 และดูเหมือนว่าไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี ผู้ที่หยิบยกคำทำนายจาก “อากิระ” ขึ้นมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในญี่ปุ่นก็ยังคงมีให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ

สล็อตเว็บตรง

ผู้ว่าฯ ฮอกไกโด เตรียมผ่อนคลายสภาวะฉุกเฉิน

ผู้ว่าฯ ฮอกไกโด เตรียมผ่อนคลายสภาวะฉุกเฉิน

ผู้ว่าฯ ฮอกไกโด เตรียมผ่อนคลายสภาวะฉุกเฉิน

เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายซูซูกิ นาโอมิจิ ผู้ว่าราชการหนุ่มของจังหวัดฮอกไกโด เตรียมผ่อนคลายความเคร่งครัดในการประกาศสภาวะฉุกเฉินที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ ที่ได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนงดออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น และขอให้ห้างร้านบางประเภทหยุดทำการช่วงคราว เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยผู้ว่าฯ ฮอกไกโดนั้น ได้วางแผนที่จะยกเลิกประกาศสภาวะฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดฮอกไกโด ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม เป็นต้นไป คงเหลือไว้แค่พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ คือ ซัปโปโร ที่เป็นเมืองหลวงของเกาะ และเขตอิชิการิเมืองเล็ก ๆ รอบนอกเท่านั้น

เมื่อพิจารณาในเชิงของพื้นที่ ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มาก มีพื้นที่คิดเป็น 20% ของประเทศญี่ปุ่น การจะประกาศสภาวะฉุกเฉินให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด โดยที่บางพื้นที่นั้นไม่มีผู้ติดเชื้อเลยดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ จึงจะคงประกาศไว้ในพื้นที่ที่มีการติดเชื้อเป็นจำนวนมากจริง ๆ อย่างซัปโปโรและเขตอิชิการิเท่านั้น

นอกจากนี้ผู้ว่าซูซูกิยังได้วางแผนที่จะให้เงินสนับสนุนแก่ธุรกิจในพื้นที่เมืองซัปโปโรและเขตอิชิการิที่ยังได้รับผลกระทบต่อการคงประกาศสภาวะฉุกเฉินไว้ แม้ว่าหลังจากวันที่ 15 เป็นต้นไป พื้นที่อื่นในฮอกไกโดจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วก็ตาม

ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศสภาวะฉุกเฉินนั้น รัฐบาลได้ขอความร่วมมือร้านค้าให้หยุดทำการตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน – 6 พฤษภาคม โดยมีเงื่อนไขว่าจะได้จะได้รับเงินสนับสนุน (ชดเชย) จำนวน 3 แสนเยน หรือประมาณ 1 แสนบาท แต่เมื่อมีการขยายเวลาประกาศสภาวะฉุกเฉิน จึงเปลี่ยนเป็นขอให้หยุดทำการไปจนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการเกิดความไม่พอใจ เพราะสูญเสียโอกาสในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้นอีกตั้ง 9 วัน

ในวันที่ 12 ที่ผ่านมา รัฐสภาฮอกไกโดได้มีการจัดการประชุมสภาขึ้น ซึ่งก็มีคำถามมากมายเกี่ยวกับเงินชดเชยดังกล่าว โดยส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า การให้เงินชดเชย 3 แสนนั้น เป็นข้อตกลงที่ทางร้านค้าต้องหยุดทำการถึงวันที่ 6 พฤษภาคม หากมีการขยายระยะเวลาก็ควรที่จะเพิ่มเงินชดเชยเข้าไปด้วย  สล็อตเว็บตรง

แม้ว่าผู้ว่าฯ ซูซูกิจะเคยประกาศออกไปว่า เงินชดเชย 3 แสนเยนต่อร้านค้านั้น เป็นเงินที่ให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม แต่แน่นอนว่าเมื่อสถานการณ์และเงื่อนไขเปลี่ยนไป รัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งเฉย และมีการพิจารณาเพิ่มเงินชดเชยสำหรับช่วงเวลาดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเพิ่มเงินชดเชยได้อีกเท่าไหร่ (แต่ในทวิตเตอร์ส่วนตัวของผู้ว่าได้ ได้แจ้งเอาไว้ว่าจะเพิ่มให้อีก 1 แสนเยน สำหรับร้านค้าที่ยอมปิดร้านไปเลย ในช่วงเวลาดังกล่าว และสำหรับร้านที่เปิด แต่มีลูกค้าน้อยลงก็ยังจะเพิ่มเงินช่วยเหลือร้านละ 5 หมื่นเยน −ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ)

ซากุระแรกของปีเริ่มที่โอกินาว่าสวยงามปี2021อยากไปมาก

พยากรณ์ซากุระบานที่ญี่ปุ่นปีจังหวัดโอกินาว่า 2021

ซากุระแรกของปีเริ่มที่โอกินาว่าสวยงามปี2021อยากไปมาก

ซากุระแรกของปีเริ่มที่โอกินาว่าสวยงามปี2021อยากไปมาก

วันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ซากุระพันธุ์ฮิกังเริ่มบานแล้วที่เมืองนาฮะ จังหวัดโอกินาว่า ซึ่งถือเป็นซากุระแรกของญี่ปุ่นในปีนี้ โดยบานเร็วกว่าปีที่แล้ว 2 วัน และบานเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทุกปี 14 วัน อุณหภูมิสูงสุดในวันนั้นประมาณ 22 องศาเซลเซียส

*วันที่ซากุระเริ่มบานจะนับจากซากุระของต้นที่นำมาเป็นมาตรฐาน โดยหากเริ่มบานมากกว่า 5-6 ดอกก็จะถือว่าซากุระเริ่มบานแล้ว

ทั้งนี้ ที่เกาะฮอนชู ซากุระพันธุ์โซเมอิโยชิโนะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์นับจากวันที่เริ่มบานถึงจะบานเต็มที่ แต่ซากุระพันธุ์ฮิกังที่เกาะโอกินาวานั้นจะใช้เวลาบานช้ากว่า โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ถึงจะบานเต็มที่

สวัสดีค่า วันนี้เรามีอัปเดตพยากรณ์ซากุระบานที่ญี่ปุ่นปี 2021 มาฝากกันอีกเช่นเคย นับตั้งแต่ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 3 แล้วที่เราไม่สามารถเดินทางไปชมซากุระที่ญี่ปุ่นได้ แม้ว่าเราจะยังไปเที่ยวกันไม่ได้ แต่แอดมินก็อยากลงข้อมูลพยากรณ์ไว้ เพื่อใช้อ้างอิงในการวางแผนการท่องเที่ยวในฤดูใบไม้ผลิของปีถัดๆ ไปนะคะ

อยากไปดูซากุระที่ญี่ปุ่นจังเลยค่ะ

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

https://www.youtube.com/watch?v=tGtJKfB-pjo